วันพุธที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2555


Brushless motor คือมอเตอร์ชนิดที่ไม่แปรงถ่าน หรือมอเตอร์ซิงโครนัส 3 เฟส ที่ทำงานโดยอาศัยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กำลังเป็นสวิตในการตัดต่อกระแสที่จ่ายให้กับขดลวดมอเตอร์  โดยที่ชนิดของมอเตอร์ จะพิจารณาตามลักษณะรูปคลื่นกระแสและคุณสมบัติของแรงบิดหรือทอร์ค  โดยจะนิยมเรียกว่า  brushless dc  motor ในกรณีที่รูปแบบของกระแสและทอร์คของมอเตอร์ที่ใช้มีลักษณะเป็นแบบสี่เหลี่ยม (trapezoidal current/torque ) และจะเรียกว่า  brushless ac  motor หรือเรียกง่ายๆว่า  brushless เมื่อลักษณะกระแสและทอร์ค เป็นรูปคลื่นซายน์ ( sinusoidal current/torque format ) 

วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2555


กฟผ. ยัน ไทยจำเป็นต้องสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

Share41

กฟผ. ยัน ไทยจำเป็นต้องสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 
นายวิรัช กาญจนพิบูลย์ รองผู้ว่าการบริหาร กฟผ. เข้าพบผู้บริหารโรงไฟฟ้า
นิวเคลียร์คาชิวาซากิ คาริวา ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือว่าเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใหญ่ที่สุดในโลก
 โดยอยู่ห่างจากโตเกียว  200 กิโลเมตร เพื่อศึกษาแผนรับมือผลกระทบจากภัยธรรมชาติ
และหวังนำมาปรับใช้ในประเทศไทย
ทั้งนี้ รองผู้ว่าการบริหาร กฟผ. ยังกล่าวย้ำว่า ทาง กฟผ. ยังคงเดินหน้าให้ความรู้ความเข้าใจกับ
ประชาชนและสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมกับชุมชนเพื่อที่จะได้รับข้อมูลอย่างถูกต้องและรอบด้า
น ถึงแม้ว่าตอนนี้การก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในไทยจะยังต้องรอต่อไปอีก เนื่องจากคณะกรรมการ
นโยบายพลังงานแห่งชาติได้มีมติเลื่อนการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ซึ่งจากเดิมจะสร้างใน ปี 2566
มาเป็น ปี 2569 ก็ตาม
สำหรับประโยชน์ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แล้วเมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงประเภทอื่น
 โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ถือว่าเป็นเชื้อเพลิงราคาถูก อีกทั้งเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพและมั่นค
 สามารถเดินเครื่องได้โดยไม่ต้องปิดเครื่องนานถึง 18-24 เดือน 
จึงทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าต่ำและปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 6 กรัมต่อหน่วย
 ซึ่งต่ำกว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินถึง 130 เท่า 

วันศุกร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2555

มารู้จัก "โทเทม" (Totem) หรือ "เสาโทเทม" (Totem pole) กันดีกว่า


มารู้จัก "โทเทม" (Totem) หรือ "เสาโทเทม" (Totem pole) กันดีกว่า

Share

 “โทเทม” (Totem) หรือ “เสาโทเทม” (Totem pole) คือ สัญลักษณ์อนุสรณ์ด้วยประติมากรรมจากไม้แกะสลักขนาดใหญ่ เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมพื้นเมืองที่ปรากฎอยู่ในชนเผ่าอินเดียนแดงแถบชายฝั่งทะเลตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปอเมริกาเหนือ สามารถพบเห็นเสาโทเทมได้ในชุมชนชนเผ่าพื้นเมืองในแคนาดา และสหรัฐอเมริกา
          ลักษณะของเสาโทเทม จะแกะสลักขึ้นมาจากลำต้นไม้ขนาดใหญ่เพียงต้นเดียว ส่วนใหญ่ไม้ที่นำมาแกะสลักนั้นคือ ไม้จากต้นซีดาร์ (Cedar tree) ซึ่งเป็นไม้ที่มีอยู่อย่างชุกชุมในป่าไม้ชายฝั่งทะเลตะวันตก   รูป และลวดลายที่แกะสลักมีทั้งภาพใบหน้าของมนุษย์ และสัตว์ต่างๆ ตามจินตนาการ แต่ที่นิยมกันมากมักเป็นภาพ นกดุเหว่า เหยี่ยว และ นกอินทรี โดยมากมักมีส่วนของ จงอยปาก ยื่นยาวออกมาข้างหน้า และมักสยายปีกแผ่ออกด้านข้างอย่างสง่างาม  รวมทั้งอาจมีภาพจากธรรมชาติ เช่น ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดวงดาว รวมอยู่ในนั้น และภาพประติมากรรมต่างๆ จะเรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ ขึ้นสู่ด้านบนของหัวเสาเสมอ  สุดท้ายจะระบายสีตกแต่งอย่างสวยงาม สีสันต่างๆ แม้จะฉูดฉาดบาดตา แต่ก็เต็มเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณในแบบอย่างวัฒนธรรมของชาวอินเดียนแดง ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว  การแกะสลักเสาโทเทมนั้นจึงเป็นงานศิลปะที่ต้องใช้ทักษะฝีมือ และความชำนาญสูง ใช้เวลาในการแกะสลักนานตั้งแต่ 6 เดือนถึง 1 ปีกว่าจะแล้วเสร็จ  ดังนั้น เสาโทเทมจึงไม่ใช่เสาธรรมดาๆ ที่มีแต่ความสวยงาม แต่มันมีความหมาย และความสำคัญมากกว่านั้น
          เดิมที คำว่า “โทเทม” (Totem) มีรากศัพท์มาจากภาษาพื้นเมืองของชนเผ่าโอจิบวี (Ojibwe) ที่เรียกกันว่า “โอดูเดม” (Odoodem) หมายถึง กลุ่มตระกูลของเขาเพราะคติความเชื่อดั้งเดิมของชนเผ่าโอจิบวี ซึ่งภายหลังได้แพร่ขยายจนกลายเป็นวัฒนธรรมของอินเดียนแดงเผ่าต่างๆ การตั้งเสาโทเทมจะต้องปักอยู่ตรงหน้ากระโจม หรือหน้าอาณาเขตของตระกูลต่างๆ ในชนเผ่านั้น เพราะนั่นเป็นการประกาศถึงศักดิ์ศรี ฐานะ และพลังอำนาจของวงศ์ตระกูลของผู้เป็นเจ้าของเสา ทำให้รูปประติมากรรมต่างๆ บนเสาโทเทม คือการบ่งบอกแทนคำพูด ที่แสดงถึงเรื่องราวของสัตว์สัญลักษณ์ประจำตระกูล หรือบุคคลสำคัญ และตำนานความเชื่อของพวกเขา สำหรับชาวชาวอินเดียนแดงแล้ว เสาโทเทมเป็นศิลปะที่มีชีวิต และใช้แทนคำพูดที่ต้องการจะสื่อสารถึงผู้อื่น ไม่ใช่เป็นเสาเครื่องราง หรือเสาพิธีกรรมใดๆ อย่างที่ชาวตะวันตกที่ไปรุกรานถิ่นที่อยู่ของชาวอินเดียนแดงเข้าใจกันไปเอง
          น่าเสียดายที่ทุกวันนี้  คนสมัยใหม่กลับไปตีความของเสาโทเทมผิดไปจากความเป็นจริง และยังนำไปใช้เป็นสินค้าของชาวเมืองในโลกศิวิไลซ์ โดยไม่รู้ซึ้งถึงความหมาย และไร้ซึ่งความเข้าใจถึงที่มาของการสร้าง… “เสาโทเทม”



Credit http://www.postjung.com/